วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

โอบาม่า (ข่าวไม่ไอที ....)


ภาพประวัติศาสตร์ : มหาจุฬาฯภูมิใจในตัวท่าน
.........................................................
เสียงเล่าลืออื้ออึงไปถึงฟ้
โอบาม่าเยือนนามสยามถิ่น
โจทย์โยมถึงพระก้องปฐพิน

สื่อได้ยินถึงชั้นสวรรค์ครื
................................
เฝ้าเหนือหัวทัวร์อารามแวะถามรัฐ
ทานข้าวผัดปูนิ่มยิ้มระรื่น
บอกยิ่งรักประเทศไทยไม่อยากคืน
แต่จำฝืนเข้าเมียนม่าร์ข้ามฟ้าบิน
....................................
ภาพผู้นำโอบาม่าเข้าหาพระ
ฟังวาทะเอกสงฆ์คงถวิล
สำเนียงเหน่อถ้อยสุพรรณ..ครั้นได้ยิน
หนุ่มผิวนิล..เยสรับ...ประทับใจ
.......................................
เจ้าคุณพระสุธีธรรมานุวัตร
ท่านเจนจัดหลักธรรมนำสมัย
คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย
จารึกไว้ในประวัติบรรทัดทอง
.....................................
เจ้าคุณเทียบเปรียบตัวแทนแคว้นสยาม
รู้ในนามสังฆังชื่อดังก้อง
สง่างามเชตุพนคนเฝ้ามอง
โลกยกย่องสงฆ์สยามอร่ามเรือ
...................................
คงเป็นบุญวาสนาโอบาม่า
ที่ได้มาแดนภิรมย์ร่มผ้าเหลือง
มองเห็นยักษ์ข้างวัดคล้ายขัดเคือง
คงเพราะเนื่อง..โอบาม่า..มาไม่นวด
.............................ช.ศรีนอก (๑๙/๑๑/๕๕)
ที่มา http://www.facebook.com/photo.php?fbid=300041700097526&set=a.225950414173322.38205.100002750967703&type=1&theater
-------------------------------------------------------------------------------------


เป็น ครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการภายหลังชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในฐานะแขกของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ใน ห้วงเวลาที่อาเซียนกำลังเป็นภูมิภาคที่หอมหวานยิ่งนัก ซึ่งหลังจากผู้นำสหรัฐมาเยือนแล้ว ยังมีผู้นำจีนที่รอจ่อคิวมาเยือนไทยอีก แทบทุกอิริยาบถของนายบารัค โอบามา ไม่ว่าจะขยับไปตรงไหน จึงเป็นที่จับจ้อง

เมื่อ พญาอินทรีร้องขอทัวร์วัดโพธิ์ สายตาทุกคู่จึงพุ่งเป้าไปที่ผู้จะมาทำหน้าที่มัคคุเทศก์นำชมให้กับ ประธานาธิบดีสหรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐ นางฮิลลารี คลินตัน

"พระสุธีธรรมานุวัตร หรือ เจ้าคุณเทียบ คือผู้ที่ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้

ไม่ เพียงความคล่องแคล่ว เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร เป็นตัวแทนคนไทยรับรองแขกบ้านแขกเมืองได้อย่างน่าชื่นชม ปฏิภาณที่โต้ตอบกับนางฮิลลารี คลินตัน ยังได้ใจคนไทยทั้งประเทศไปเต็มๆ

"ตอน ที่ฮิลลารี คลินตัน บอกว่าทางวัดได้ค่าผ่านประตูเยอะ น่าจะบริจาคให้กับมูลนิธิที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ดูแล ตอนนั้นมันเป็นจังหวะ นี่ถ้าให้มาอีกรอบ อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะระหว่างที่รอท่านประธานาธิบดี อาตมาได้คุยกับท่านฮิลลารีจนรู้สึกสนิทสนม และผ่อนคลาย จึงได้พูดออกไปเช่นนั้น คือเหตุการณ์มันพาไป" เจ้าคุณเทียบย้อนเรื่องให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

เพียง ไม่กี่นาทีของการแพร่ภาพการนำประธานาธิบดีสหรัฐชมวัดโพธิ์ ทำให้พระพระสุธีธรรมานุวัตร เป็นคนดังไปทั่วโลกชั่วข้ามคืน เพราะหลังจากนั้นมีสื่อจากต่างประเทศและสื่อไทย รายการโทรทัศน์-วิทยุ หนังสือพิมพ์ จองตัวสัมภาษณ์ เรียกว่าหัวบันไดไม่แห้ง
พระ สุธีธรรมานุวัตร เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2504 บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุ 11 ปี ที่วัดกกม่วง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ให้หลัง 2 ปีได้เข้าศึกษาต่อทางพระพุทธศาสนา ที่วัดสองพี่น้อง จังหวัดเดียวกัน ได้ ปธ.7 จากนั้นเข้าอุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์ และอยู่ในความดูแลของหลวงเตี๋ย พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กระทั่งสอบได้ ปธ.9

จาก พระสงฆ์บ้านนอกธรรมดาๆ ที่ขยันหมั่นเพียร เล่าเรียนวิชา กระทั่งได้ทุนการศึกษาจากพระอุปัชฌาย์คือพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา ทิพย์มณฑา) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ไปศึกษาต่อยังประเทศอินเดีย

ความที่ถูกปรามาสจากอาจารย์สตรีที่มี อายุอ่อยกว่าถึง 9 ปี ว่า ภาษาอังกฤษแย่มากๆ เกิดเป็นพลังที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษกระทั่งเชี่ยวชาญ และสำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุดของ มหาวิทยาลัยรัฐปูเณ่ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย

ปัจจุบัน พระสุธีธรรมานุวัตร ผศ.ดร. (เทียบ สิริญาโณ) อายุ 51 พรรษา 30 เปรียญธรรม 9 ประโยค มหาบัณฑิต (บาลีและสันสกฤต) ดร.(บาลี) เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

- ทราบว่าพระคุณเจ้าได้ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

อาตมา ไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ได้รับความกรุณาจากพระอุปัชฌาย์ คือพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และ "หลวงเตี่ย" พระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร อดีตเจ้าคณะภาค 14 หัวหน้าพระธรรมทูต สาย 2 และญาติโยมอุปถัมภ์ให้อาตมาได้ไปศึกษา

ตอนแรกที่ไปถึงภาษาของอาตมา เป็นแบบงูๆ ปลาๆ ภาษาอังกฤษแย่มาก พูดแบบดำน้ำ ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ผู้หญิงอายุ 19 ปี เป็นแขกขาว ตอนนั้นอาตมาอายุย่าง 28 ปี เวลาอาจารย์สอนจะมีพ่อมานอนเฝ้าตลอดเวลา พอเรียนๆ ไปก็ถูกอาจารย์ชี้หน้า บอกว่ามาเรียนปริญญาโทแล้วภาษาอังกฤษยังแย่ขนาดนี้ ตั้งแต่นั้นก็เกิดวิริยะอุตสาหะ ต้องเรียนภาษาอังกฤษให้ดีให้ได้

- เรียนอยู่นานแค่ไหน

8 ปี อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลายพันเล่ม และมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษพอสมควร พอสำเร็จปริญญาเอก สาขาบาลี-สันสกฤต รัฐปูเณ่ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดียก็กลับมาทำงานที่ มจร.ซึ่งได้รับความกรุณาจากพระธรรมโกศาจารย์ (ศ.ดร.ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ประจำกอง วิชาการ แล้วก็ได้รับแต่งตั้งมาจนเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สอนหลักสูตรภาษาอังกฤษนานาชาติ เลยทำให้ภาษาอังกฤษเราได้พัฒนา

สำเนียงคงไม่ถึงกับเหมือนเขา แต่สื่อสารได้ในระดับหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กับฮิลลารี คลินตัน หัวเราะได้

- ทราบว่าพระคุณเจ้าได้ช่วยงานเวลามีงานวิสาขบูชาโลก

อาตมา ไปเป็นฝ่ายประสานงาน เป็นพิธีกร รวมทั้งเวลาที่มีงานสัมมนาเป็นภาษาอังกฤษ ก็ได้เป็นพิธีกร เป็นความกรุณาของท่านอธิการบดี ให้พวกเราได้มีโอกาสแสดงออก คนเราถ้ามีความรู้ดี มีอะไรดีก็ตาม ถ้าไม่ได้ใช้ ไม่ได้แสดงออก ความรู้ก็อยู่ในวงจำกัด

ที่ มจร.ก็มีพระหลายท่านที่มีความรู้ความสามารถ เก่งกว่าอาตมามี แต่ไม่มีโอกาสแสดง ยกตัวอย่าง ท่านประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาวัดพระเชตุพน พระวัดอื่นก็ไม่มีโอกาสได้นำชม

- พูดถึงหลวงเตี่ย ได้เรียนรู้อะไรกับท่านบ้าง

หลวง เตี่ยเป็นภิกษุสงฆ์ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี และท่านเป็นคนที่รับแขก มองการณ์ไกล การที่วัดโพธิ์เก็บค่าเข้าชมก็เป็นความคิดของท่าน เพราะวัดโพธิ์เมื่อก่อนเป็นวัดจน จะซ่อม เราก็ตั้งมูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้า แล้วก็เริ่มเก็บค่าผ่านประตู ครั้งแรกโดยจัดงานสงกรานต์รายได้ซ่อมสร้าง แต่ก็ไม่ได้กี่สตางค์ แต่หลวงเตี่ยท่านเป็นพระวิสัยทัศน์ไกล ท่านไปต่างประเทศไปอะไร เห็นว่าไปต่างประเทศยังต้องเสียค่าเข้าชม ท่านก็ได้แนวคิดนั้นมา

- หลวงเตี่ยพูดภาษาอังกฤษได้ดี

ถ้า ระดับสื่อสารไม่ได้คิดอย่างนั้น ตอนท่านไปต่างประเทศเป็นเจ้าอาวาส ท่านอายุ 50 กว่าแล้ว อยู่ในสังคม คือประเทศอเมริกาไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษหรอก เหมือนกับอยู่เมืองไทย ภาษาลาว ภาษาเขมร เพราะผู้อพยพเยอะ

- รู้สึกอย่างไรบ้างกับการที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้

อาตมา ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวัดนี้ เมื่อสิ่งไหนที่สามารถทำให้วัดได้ เราเป็นผู้อาศัยเราต้องทำ เมื่อคนระดับโลกมา และคนของวัดนำชมได้โดยไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ บางท่านยังมีอคติกับพระว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่สามารถสื่อสารอะไรได้ ในภาพรวมพระสงฆ์ของเราสามารถนำแขกบ้านแขกเมืองได้ ก็ถือว่าวัด "ได้" เมื่อวัดได้ อาตมากับพระในวัดก็ได้ด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าวัดตอนรับไม่ได้ พระในวัดก็เสียชื่อเสียงด้วย ถือว่าเป็นความภูมิใจที่มีคนระดับโลกมาชม

- ได้รับเลือกมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ให้กับผู้นำสหรัฐนำชมวัดโพธิ์ได้อย่างไร
เป็น เพราะได้รับการมอบหมายจากพระอุดรคณารักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งในช่วงวันที่ 18 พฤศจิกายนท่านไม่อยู่ต้องไปปฏิบัติกิจในต่างประเทศ ในฐานะท่านเป็นเลขานุการวัดโพธิ์ ท่านก็เลือกอาตมาเป็นคนพานายบารัค โอบามา ชมวัด โดยกำหนดจุดที่จะพาชมทั้งหมด 4 จุด คือ พระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร, พระวิหารพระพุทธไสยาสน์, พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และเขามอที่ตั้งรูปปั้นฤๅษีดัดตน

ทั้ง 4 จุดที่ บารัค โอบามา มีกำหนดการเข้าชมภายในวัดนั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและความงดงาม รวมทั้งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงาม พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ก็เป็นกลุ่มเจดีย์ที่มีความงดงามเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แบบจีน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เครื่องถ้วยหลากสี มีตุ๊กตาหินจีนประตูละคู่ พระมหาเจดีย์แต่ละองค์เป็นเจดีย์ย่อไม้สิบสองสูงถึง 42 เมตร

- เป็นผู้นำชมประธานาธิบดีสหรัฐต้องถูกตรวจค้นจากหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วยหรือเปล่า

ตอน แรกจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มจากหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่ตอนหลังมีการประสานงานอย่างไรไม่ทราบ พอทราบว่าอาตมาจะต้องเป็นพระที่นำนายบารัค โอบามา ชมวัด ก็ไม่ต้องถูกตรวจค้นเลย เจ้าหน้าที่ทางสถาทูตที่เป็นคนไทยคงบอกสถานะของความเป็นพระว่าพระสงฆ์ไทยไม่ ยุ่งเกี่ยวทางโลก ส่วนพระรูปอื่นที่ไปกับอาตมาอีกรูปก็ไม่ได้การตรวจสอบเช่นกัน

- มองนายบารัค โอบามา ว่าเดินทางมาครั้งนี้มีความรู้เรื่องประเทศของเรามากน้อยแค่ไหน

คิด ว่านายบารัค โอบามา เหมือนกับชาวต่างชาติทั่วไปว่ามาประเทศไทยแล้วสถานที่สำคัญจะต้องไปที่ไหน ก็เหมือนกับเราไปดูสถานที่สำคัญในต่างประเทศ อย่าลืมว่าท่านเป็นนักการเมือง

- การมาของนายบารัค โอบามา ประเทศไทย ทางวัดได้อะไรจากการมาครั้งนี้

มอง ในแง่ระดับชาติก่อน ว่าท่านไม่เคยทัวร์เอเชีย และท่านเองได้เป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ซึ่งท่านเลือกมาประเทศไทยเป็นแห่งแรก ก่อนเดินทางต่อไปประเทศอื่น ก็ถือว่านายบารัค โอบามา เป็นเบอร์หนึ่งของโลก การมาครั้งนี้ของท่านถือว่าให้เกียรติกับประเทศไทยและวัดเป็นอย่างมาก

ท่าน บารัค โอบามา เป็นชาวคริสต์ มาประเทศไทยยังนึกถึงพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนา เป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย หลังจากมาวัดท่านไปเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หลังเข้าเฝ้าฯเสร็จ และเดินทางไปพบกับนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอนแรกอาตมาไม่ได้คิด พอมีคนโทร.มาถามเรื่องนี่ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าท่านประธานาธิบดี มีจิตวิทยาสูง

- ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวรับเออีซี ในฐานะที่เป็นคณบดีมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับพระสงฆ์
ที่ มจร.มีการปรับปรุงหลักสูตรทุก 5 ปีเป็นปกติอยู่แล้ว ในระดับปริญญาตรีก็มีสอนภาษากัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม และมีการสอนประพุทธศาสนาในเอเชียด้วย ก่อนหน้านี้อาตมาเป็นคณบดีคณะพุทธศาสตร์ ก็รับผิดชอบวิชาด้านพุทธศาสตร์

แต่ ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ที่สอนเกี่ยวกับเพื่อนบ้านโดยตรงไม่มี เพราะถือว่าเรียนวิชาพื้นฐานจากปริญญาตรีมาแล้ว แต่ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญา โท-เอก อาตมามองว่า น่าจะมีวิชาเกี่ยวกับประวัติพุทธศาสนาในระดับชั้นสูง อาจจะต้องให้ทำวิจัยร่วมกัน ระหว่างพระสงฆ์ที่มีศีล 227 เท่ากัน ว่าเราทั้งสองประเทศจะเรียนรู้ร่วมกันอย่างไร

ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญาโท-เอก น่าจะต้องมีวิชาประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ในเอเชียอาคเนย์ ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญาโท-เอก น่าจะต้องมีวิชาประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ในเอเชียอาคเนย์ ตอนนี้แน่นอนทางเขมร พม่า ก็ต้องเรียนภาษา และจะเกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างนักศึกษา และนักศึกษาของไทยที่จะส่งไปแลกเปลี่ยน เพื่อได้เรียนรู้และพูดภาษาของเพื่อนบ้านได้

ขณะเดียวกันนักศึกษา เขมร ลาว พม่า เวียดนาม ก็ต้องพูดภาษาไทยได้ ก็คือมีการเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาด้วยกัน ปัจจุบันเราใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ถามว่ามีประโยชน์หรือไม่ก็มีประโยชน์ในแง่หนึ่ง แต่อย่าลืม นักศึกษาในอาเซียนมาภาษาของตัวเองอยู่แล้ว นักศึกษาเหล่านี้ก็จะมีข้อจำกัดในการใช้ภาษาอังกฤษ

แล้วจะทำอย่างไรมีอยู่ทางเดียว ก็คือต้องเรียนภาษาของแต่ละประเทศในอาเซียน จะทำให้สามารถติดต่อประสานงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

- จีนก็อยู่ในอาเซียน +3 ทาง มจร.จะมีการสอนภาษาจีนด้วยหรือเปล่า
แน่ นอนในหลายมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีสอนภาษาจีนอยู่แล้วในปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ตื่นตัวกันมากในการศึกษาภาษาจีนประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ทางมหาวิทยาลัยก็มีสอนอยู่บ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งเป็นสถาบัน

- กับพระรุ่นหลังที่ยังศึกษาอยู่มีอะไรที่จะแนะแนวให้กับพระเหล่านั้นบ้าง

อาตมา มองว่าชีวิตคนเราพัฒนาได้ด้วยการศึกษา อย่างโอบามา หรือฮิลลารี คลินตัน ถามประวัติ เราก็บอกว่าเป็นเด็กวัดไม่มีโอกาสอะไร ก็อาศัยวัดอาศัยพระพุทธศาสนาขัดเกลาจิตใจ อาตมาคิดว่าคนเราความฉลาดไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่มีไม่เหมือนกันคือ โอกาส แต่เมื่อโอกาสมาถึงแล้วเรารู้จักใช้หรือเปล่า

อย่างเช่น ประธานาธิบดีมา ถ้าอาตมาปฏิเสธ ก็ต้องไปใช้บริการจากคนอื่น กลายเป็นว่าบ้านเราต้องให้คนอื่นมาแสดง

"อาตมา ถือว่าเป็นโอกาสที่อาตมาได้ตอบแทนพระคุณของวัด ถือว่าเป็นเกียรติแก่วัดโพธิ์ เป็นเกียรติแก่พุทธศาสนา และเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย" 
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1353813035&grpid=&catid=09&subcatid=0905
------------------------------------------------------------------------ 
เปิดใจ"พระสุธีธรรมานุวัตร" ไกด์"โอบามา"ท่องวัดโพธิ์



กลาย เป็นคนดังไปชั่วข้ามคืน สำหรับ "พระสุธีธรรมานุวัตร" (เทียบ สิริญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ได้โอกาสเป็นไกด์นำนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา เยี่ยมชมสถานที่สำคัญของวัดพระเชตุพนฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ย. จนกลายเป็นข่าวดังกล่าวไปทั่วโลก



พระสุธีธรรมานุวัตร กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับโอกาสสำคัญครั้งนี้ ว่าได้รับมอบหมายจากพระธรรมปัญญาบดี เจ้าอาวาส ให้เป็นผู้นำคณะของผู้นำสหรัฐเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของวัด เมื่อทราบว่าจะต้องทำหน้าที่สำคัญนี้ อาตมาได้เตรียมตัวข้อมูลของวัด ตามโปรแกรมที่คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐแจ้งว่า ผู้นำสหรัฐมีเวลาเพียง 30 นาที ในการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในวัดโพธิ์ ประกอบด้วย พระวิหารโลกนาถ, พระอุโบสถ, วิหารพระนอน และเจดีย์ 4 รัชกาล



ทั้งนี้ สถานที่ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนางฮิลลารี คลินตัน ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งทั้งสองชมว่า เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามมาก พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐยังบอกให้เจ้าหน้าที่นำรูปบูชาของพระพุทธไสยาสน์กลับ ไปฝากลูกสาวที่สหรัฐอเมริกาด้วย



"ระหว่างที่เข้าสักการะพระ พุทธไสยาสน์ อาตมาได้บอกกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่า พระพุทธรูปนี้ชาวไทยเชื่อกันว่าหากขอพรอะไรไปจะสมดังหวัง และจะประสบความสำเร็จในชีวิต และหากสหรัฐอเมริกาสามารถมีประธานาธิบดีคนเดียวกันได้ 3 สมัยติดต่อกัน ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะต้องได้รับเลือกอีกแน่นอน ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ หัวเราะพร้อมบอกว่าคงไม่ไหวแล้ว ขอกลับไปเลี้ยงลูกดีกว่า"



ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยังชี้ไปที่ นางฮิลลารี คลินตัน ว่าจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต่อจากท่าน ซึ่งหากนางฮิลลารีได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐจริง อาตมาเชื่อว่าจะต้องเดินทางกลับมาที่วัดโพธิ์อีกอย่างแน่นอน



อย่าง ไรก็ตาม หากสังเกตจะเห็นว่า การมาเยือนเมืองไทยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับประเทศครบทั้ง 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์"



ขณะเดียวกัน พระสุธีธรรมานุวัตรยังกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนางฮิลลารี คลินตัน ต่างชมว่าวัดสวยงามมาก และให้ความสนใจการใช้ชีวิตของพระสงฆ์ด้วย ที่สำคัญแม้ว่า ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ จะนับถือศาสนาคริสต์ แต่ประเทศไทยมีคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงเลือกเดินทางมาเยี่ยมชมวัดทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการให้เกียรติประเทศไทย



พระสุธีธรรมานุวัตรกล่าว อีกว่า ในการนี้นายโอบามาได้มอบของที่ระลึก 3 อย่างให้กับทางวัดโพธิ์ ได้แก่ ของขวัญกล่องใหญ่ 1 กล่อง แก้วสามใบอยู่ในกล่องที่เขียนว่า White House และสุดท้ายได้ลงนามเยี่ยมชมวัด และเซ็นชื่อไว้เป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งทางวัดโพธิ์ได้มอบหนังสือเกี่ยวกับวัดโพธิ์เป็นภาษาอังกฤษแก่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วย



ส่วนของขวัญที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา มอบให้กับพระสุธีธรรมานุวัตรเป็นที่ระลึก คือ "หนังสือ The President"s House เล่ม 1-2"



"อาตมา รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำชื่อเสียงให้กับวัด อีกทั้งสร้างภาพลักษณ์ให้พระสงฆ์ที่สามารถโต้ตอบภาษาอังกฤษกับผู้นำระดับโลก ได้โดยไม่ใช้ล่าม พระสงฆ์ไทยมีอีกมากมายหลายรูปที่มีความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ เพียงแต่อาตมาโชคดีที่ได้รับโอกาสสำคัญครั้งนี้"



พระสุธีธร รมานุวัตรกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ภายหลังนายบารัก โอบามา และนางฮิลลารี คลินตัน เข้าเยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทำให้วัดแห่งนี้คึกคักเป็นพิเศษ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวิหารพระนอนเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมาก

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNakkxTVRFMU5RPT0=&sectionid=TURNd053PT0=&day=TWpBeE1pMHhNUzB5TlE9PQ==

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น